Posted on

อุทยานฯแก่งกระจานเปิด ‘เทศกาลดูผีเสื้อ’ รับนทท.

อุทยานฯแก่งกระจานเปิด ‘เทศกาลดูผีเสื้อ’ รับนทท.

อุทยานฯแก่งกระจาน เปิด ‘เทศกาลดูผีเสื้อ’ พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปสัมผัสความสวยงาม

ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมด้วย นายอัครวิทย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเพชรบุรี ได้แถลงข่าวเปิดเทศกาลดูผีเสื้อแก่งกระจานของปีนี้ระหว่างเดือนเมษายน –พฤษภาคม

โดย นายมานะ ระบุว่า ช่วงนี้จะมีผีเสื้อออกมาจำนวนมาก ซึ่งผีเสื้อที่พบในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีมากกว่า 290 ชนิด สำหรับจุดชมผีเสื้อของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่สามารถพบเห็นฝูงผีเสื้อที่บินไป มานับพันตัวได้ คือ แคมป์บ้านกร่าง โดยที่นี่ถือเป็นจุดศูนย์รวมของผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์ ที่พบได้มากมาย ในช่วงฤดูร้อน ตามโป่งต่าง ๆ บางครั้งก็อาจพบการอพยพของ ฝูงผีเสื้อ นับแสนตัวอย่างไม่น่าเชื่อ พบนกและพืชพันธุ์สัตว์ป่า นานาชนิด

เส้นทางผีเสื้อเริ่มจากที่กิโลเมตรศูนย์คือ บริเวณด่านตรวจเขา สามยอดถึงกิโลเมตรที่ 17 จะพบผีเสื้อได้ตามสองข้างทางตามโป่งดิน บริเวณแอ่งน้ำ มีผีเสื้อหนอนจำปีจุดแยก ผีเสื้อสะพายฟ้า ผีเสื้อวาวสีต่างฤดู ตามพุ่มไม้มีผีเสื้อกะลาสีธรรมดา ผีเสื้อสีตาลจุดตาห้า ผีเสื้อช่างร่อน และที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ. 4 (บ้านกร่าง) บริเวณด้านหลัง แคมป์บ้านกร่างเป็นลำธารที่มีผีเสื้อให้ชมนานาชนิด อาจพบผีเสื้อหางติ่งสะพายเขียวซึ่งเป็นผีเสื้อหายากชนิดหนึ่ง

โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดูผีเสื้อ คือ ตั้งแต่เวลา 8.00 – 14.00 น. การดูผีเสื้อที่ สามารถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับหรือค้างคืน นับเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับการดูผีเสื้อ แต่ทั้งนี้ควรโทรมาสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานอีกครั้ง เพราะ ในแต่ละช่วงจะพบเห็นผีเสื้อในแต่ละสายพันธุ์ แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 0 3277 2311

Posted on

สาวคว้าไม้เบสบอล ตีถูกคู่กรณีชักปืนยิงสวน

สาวคว้าไม้เบสบอล ตีถูกคู่กรณีชักปืนยิงสวน

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปจากกล้องหน้ารถที่จับภาพการทะเลาะวิวาทระหว่างรถ 2 คัน ก่อนมีการชักอาวุธปืนออกมายิงใส่รถเก๋งอีกคัน เกิดขึ้นเวลาประมาณ 14.39 น.วันที่ 25 เม.ย.60

โดยภาพกล้องหน้ารถจับภาพเห็นชายกำลังวิ่งขึ้นรถยนต์ ก่อนหญิงจะลงจากรถเก๋งสีขาวตามมา โดยที่มือของผู้หญิงนั้นมีไม้เบสบอล ก่อนกระหน่ำตีใส่ชายในรถเก๋งที่จอดด้านหลังรถของหญิงสาว หลังจากนั้นหญิงสาวได้ชี้หน้าต่อว่าชายในรถหลังจากได้ใช้ไม้เบสบอลทำร้าย
จากนั้นหญิงสาวก็ขึ้นรถจะขับออกจากจุดเกิดเหตุ แต่ในขณะหญิงสาวกำลังจะขัรถออกจากจุดเกิดเหตุ ชายคนที่ถูกหญิงใช้ไม้เบสบอลกระหน่ำตี ได้เอาอาวุธปืนยิงใส่จำนวน 2 นัด ก่อนจะขับรถไล่กัน โดยจากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณซอยอรุโณทัย เข้าจากถนนพัทยากลางเพียง 20 เมตร

ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบตามภาพและเวลาดังกล่าวทราบว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมชายคนดังกล่าวในภาพชื่อนายมนัส ทองมาก อายุ 52 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยาจับกุมเมื่อวันที่ 26 เม.ย. และในเบื้องต้นถูกดำเนินคดีในข้อหายิงปืนในที่สาธารณะ มีอัตราโทษปรับ 5,000 บาท หรือจำคุก 5 วัน

จากการตรวจสอบในเบื้องต้นปืนมีทะเบียนถูกต้อง ซึ่งญาตินายมนัสได้ให้นักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งเอาตำแหน่งประกันตัวออกไป ส่วนข้อหาพยายามฆ่ากำลังทำการสอบสวนและสอบพยานรวมถึงผู้เสียหายและรวบรวมหลักฐานครบ ก็จะเชิญตัวนายมนัสมาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มภายหลัง

Posted on

เร่งล่า ‘อดีตปธ.สอ.จุฬาฯ’ ตุ๋นเหยื่อร่วมทุนสูญเงินกว่า 100 ล้าน

เร่งล่า ‘อดีตปธ.สอ.จุฬาฯ’ ตุ๋นเหยื่อร่วมทุนสูญเงินกว่า 100 ล้าน

ผบช.ก. สั่งเร่งล่า อดีตประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ ม.ดัง ตุ๋นเหยื่อร่วมทุนสหกรณ์ลอตเตอรี่ สูญเงินกว่า 100 ล้านบาท เชื่อยังหลบหนีอยู่ในประเทศ – จ่อเรียกครอบครัว คนใกล้ชิดสอบ

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้เรียกประชุมติดตามความคืบหน้า กรณี รศ.ดร.สวัสดิ์ แสงบางปลา อดีตประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายหลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาฉ้อโกงประชาชน โดยหลอกลวงเพื่อนอาจารย์ร่วมมหาวิทยาลัย ให้นำเงินไปร่วมลงทุนในสหกรณ์ลอตเตอรี่

พล.ต.ท.ฐิติราช เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้ได้กำชับพนักงานสอบให้ตีกรอบการทำงาน แบ่งหน้าที่ในการสอบสวน เพื่อเร่งติดตามตัว รอง รศ.ดร.สวัสดิ์ มาดำเนินคดีและชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งขณะนี้มีมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

โดยพล.ต.ท.ฐิติราช ยังระบุว่าทางการข่าว ยังยืนยันว่า ผู้ต้องหารายนี้ยังคงหลบหนีอยู่ภายในประเทศ และยังไม่มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม แต่หากการสอบสวนพบว่าเข้าข่ายการกระทำผิดในข้อหาใดก็พร้อมที่จะแจ้งข้อหาเพิ่มทันที ซึ่งที่ผ่านมา ผู้เสียหายที่เข้ามาให้ปากคำยังไม่มีการซัดทอดหรือกล่าวไปถึงบุคคลอื่น แต่ทางตำรวจเองก็ไม่ได้ปักใจเชื่อ แต่จะต้องตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงทั้งหมด

นอกจากนี้ จะมีการเรียกครอบครัวและบุคคลใกล้ชิดผู้ต้องหาเข้ามาสอบปากคำ เพื่อสืบความเชื่อมโยงต่างๆ ส่วนเส้นทางการเงิน ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการถ่ายโอนไปยังที่ใด

Posted on

สั่งเด้ง! 4 ตำรวจจราจร กรณีจับล็อคใส่กุญแจมือชายย่านคลองเตย

 

ผบก.จร สั่งเด้ง 4 นายตำรวจที่ปรากฏในคลิป จับชายล็อคกุญแจมือ ย่านคลองเตย เร่งสอบหากพบผิดจริง เอาผิดทั้งวินัยและอาญา

จากกรณีที่โซเชียลมีเดียมีการ เผยแพร่คลิปในกลุ่ม ปลดแอกชาวสองล้อ “จับประชาชนเยี่ยงอาชญากร เพราะถ่ายรูปการทำหน้าที่” ซึ่งเป็นภาพขณะที่ตำรวจ 4 นาย พยายามควบคุมตัวชายรายหนึ่งริมถนนทางรถไฟสายเก่าปากน้ำ ย่านคลองเตย เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา และภายหลังวานนี้ ผู้บังคับบัญชาของตำรวจทั้ง 4 นาย ออกมาให้สัมภาษณ์ คิดว่าชายคนดังกล่าวเป็นต่างด้าว และมีอาการมึนเมา รวมถึงทำให้ทรัพย์สินของประชาชนเสียหาย

นายปาโมกข์ (บุคคลที่ปรากฏในคลิป) นางสาวธัญญพัทธ์ ภรรยา พร้อมด้วยทนายความ จึงเดินทางมาที่กองบังคับการตำรวจจราจร พร้อมระบุ ว่าไม่พอใจที่เมื่อวานนี้ ตำรวจออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะดังกล่าว พร้อมเปิดร่องรอยบาดแผลจากการถูกจับกุม และยืนยันว่าตัวเองเป็นคนไทย มีบัตรประชาชนไม่ได้เป็นต่างด้าวและไม่ได้เมาสุราตามที่ถูกกล่าวหา

รวมถึงตัวเองยังถูกตำรวจชุดจับกุมผลักไปชนกระจกรถทำให้เสียหาย แต่กลับเป็นฝ่ายถูกดำเนินคดีและใส่กุญแจมือ ซึ่งเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ รวมถึงหลังเกิดเรื่องทั้งหมดทำให้ไม่สามารถนอนหลับสนิทได้ และกลัวการเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากความหวาดระแวง จึงอยากให้มีการลงโทษ และเยียวยาผู้เสียหายจากสิ่งที่เกิดขึ้น

ด้าน พลตำรวจตรีจิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจร กล่าวภายหลังพูดคุยกับผู้เสียหายนานกว่า 2 ชั่วโมงว่า ได้ออกคำสั่งให้ตำรวจทั้ง 4 นายตามที่ปรากฎในคลิป ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจจราจรแล้ว เพื่อไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดประชาชน พร้อมให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีความผิดจริงก็จะดำเนินการเอาผิดทั้งทางวินัยและทางอาญา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

สั่งเด้ง! 4 ตำรวจจราจร กรณีจับล็อคใส่กุญแจมือชายย่านคลองเตย

Posted on

ผอ.รพ.ขอนแก่นยัน อสุจิที่ตรวจยึดได้ที่ด่าน ตม.ไทย เป็นของมนุษย์เพศชาย

ผอ.รพ.ขอนแก่นยัน อสุจิที่ตรวจยึดได้ที่ด่าน ตม.ไทย เป็นของมนุษย์เพศชาย

ผอ.รพ.ขอนแก่น ยืนยัน เชื้ออสุจิที่ตรวจยึดได้ที่ด่าน ตม.ไทย เป็นของมนุษย์เพศชาย เตรียมตรวจดีเอ็นเอ ซ้ำอีกครั้ง

ที่ รพ.ขอนแก่น นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลัง รพ.หนองคายได้ขอส่งตรวจพิสูจน์น้ำเชื้ออสุจิของกลาง หลัง เจ้าหน้าที่ ตม.หนองคายและศุลกากร จ.หนองคาย ทำการตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหาได้ขณะลักลอบนำเชื้ออสุจิของมนุษย์ออกนอกประเทศโดยผิดกฎหมาย

นพ.ชาญชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบทางวาการทางการแพทย์ยืนยันว่าเชื้ออสุจิของกลางที่ รพ.ขอนแก่น ได้รับการส่งต่อจาก รพ.หนองคายนั้นเป็นเชื้ออสุจิของมนุษย์เพศชาย โดยทั้ง 6 หลอดนั้นมีขนาดไม่ถึง 1 CC ของแต่ละหลอด โดยทันทีที่ รพ.ขอนแก่นได้รับของกลางมานั้น ถูกบรรจุในถังไนโตรเจนขนาด 4.1 ลิตร โดยมีไนโตรเจนเหลว ทำความเย็นรักษาน้ำอสุจิไว้ ซึ่งแม้จะความเย็นลดลงบ้างจากการที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบขณะตรวจยึดแต่น้ำอสุจิทั้ง 6 หลอด ก็ยังคงมีสภาพที่แข็งแรง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้น้ำยาที่เป็นสารแช่แข็งละลายก่อนที่จะใช้กล้องจุลทรรศน์ตรวจสอบครั้งละหลอด ก่อนยืนยันผลชัดเจนว่าน้ำอสุจิของกลางนั้นเป็นของมนุษย์ เพศชาย ซึ่งจะมีการยืนยันผลการตรวจอย่างเป็นทางการส่งให้กับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส.ได้รับทราบและกำหนดโทษตามกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขแก่ผู้ต้องหาต่อไป

นพ.ชาญชัย กล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจสอบนั้นเชื้ออสุจินั้นแข็งแรงทุกตัว ซึ่งก่อนที่จะส่งของกลางและรายงานผลการตรวจส่งคืนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นขณะนี้ รพ.ขอนแก่น ได้มี การอัดแก๊สไนโจรเจนเหลวเข้าไปอีกครั้งเพื่อให้สามารถเก็บรักษาได้ 30 วัน ขณะที่ผลการตรวจต่างๆจะสามารถส่งรายงานได้ใน 2-3 วันนี้ ซึ่งการกระทำของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองไทย-ลาว ฝั่งขาออกประเทศไทยไปยัง สปป.ลาว นั้น เบื้องต้นผิดในข้อกล่าวหานำเข้าและส่งออกอสุจิ-ไข่และตัวอ่อน มนุษย์ โดยผิดกฎหมาย

Posted on

ริว จิตสัมผัส – เจน ญาณทิพย์ ทราบแล้วเปลี่ยน ชาวบ้านร้องวอนช่วยหาศพเจ้าอาวาส

ริว จิตสัมผัส – เจน ญาณทิพย์ ทราบแล้วเปลี่ยน ชาวบ้านร้องวอนช่วยหาศพเจ้าอาวาส

ชาวบ้านวอน ริว จิตสัมผัส – เจน ญาณทิพย์ ยื่นมือช่วยตามหาศพเจ้าอาวาส หลังหายไปอย่างปริศนา

รายงานข่าวแจ้งว่า ชาวบ้านในพื้นที่ บ้านปล้องใหญ่ ต.พังโคน อ.พังโคน จ.สกลนคร ได้ออกมาเรียกร้องวอนให้ ริว จิตสัมผัส และ เจน ญานทิพย์ พิธีกรจากรายการผีชื่อดัง ช่วยตามหาร่างของพระครูโสภณธรรมาภิวัฒน์ อดีตเจ้าอาวาสวัดศิริมงคล ที่ถูกขโมยหายไปเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดย นายคำพูน วันสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านปล้องใหญ่ เผยว่าการที่ชาวบ้านออกมาเรียกร้องดังกล่าวไม่ได้ต้องการคำแนะนำ เพียงแค่ต้องการทราบเพียงว่าร่างของพระครูอยู่ที่ไหนเท่านั้น จะได้นำมาบำเพ็ญกุศลฌาปนกิจตามหลักประเพณี ซึ่งหากพิธีกรคนดังทั้ง 2 ทราบข่าวและพร้อมช่วยเหลือจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก

ทั้งนี้แม้เรื่องดังกล่าวจะมองว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่ในมุมมองของชาวบ้านเป็นที่พึ่งอีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากการสืบค้นสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับการหายไปของศพพระครูชื่อดังนั้น ขณะนี้มีร่างทรงชื่อดังหลายเจ้าจับสัมผัสว่า ศพได้ถูกขโมยไปโดยกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคน และมีการเผาทำลายไปแล้ว บ้างก็ว่ามากันสองคนและนำไปฝังไว้ บ้างก็ว่ามีคนที่เสียประโยชน์อยู่เบื้องหลัง เป็นต้น

Posted on

เศร้า! ผู้บริหารหนุ่มดับ เซ่นปาร์ตี้โฟมสงกรานต์ หลังถูกไฟดูดขณะร่วมงาน

เศร้า! ผู้บริหารหนุ่มดับ เซ่นปาร์ตี้โฟมสงกรานต์ หลังถูกไฟดูดขณะร่วมงาน

ผู้บริหารหนุ่มถูกไฟช็อตดับ ขณะเล่นปาร์ตี้โฟมที่สถานบันเทิง ญาติเข้าช่วยโดนดูดกระเด็น ชี้ขอให้เป็นรายสุดท้าย เตรียมดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้บริหารหนุ่มคนหนึ่งต้องจบชีวิตลง หลังเจ้าตัวถูกไฟดูดขณะร่วมงานปาร์ตี้โฟมสงกรานต์ ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านแขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา ทราบชื่อคือ นายธีธัช หรือธัช ธนาอุทัย อายุ 27 ปี

ทั้งนี้จากการสอบถามญาติของผู้เสียชีวิต ได้ความว่า วันเกิดเหตุผู้ตายและญาติรวม 6 คนได้เดินทางไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในพื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรมสงกรานต์พร้อมทั้งมีปาร์ตี้โฟมให้ร่วมสนุก โดยก่อนเกิดเหตุลุกไปเต้นที่หน้าเครื่องพ่นโฟม ก่อนที่จู่ ๆ จะล้มหงายท้องลงไป ทำให้ตนและญาติ ๆ เข้าไปช่วยเหลือเพราะคิดว่าลื่นล้ม

แต่พอเข้าไปแตะที่ตัวกลับถูกกระแสไฟฟ้าดูดจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง ต่อมาเจ้าหน้าที่ถึงเข้ามาดึงปลั๊กออก ก่อนที่พวกตนจะรีบพานายธีธัช ไปปฐมพยาบาลและส่งต่อไปที่ โรงพยาบาลนครธน แต่แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้

อย่างไรก็ตามจากเหตุที่เกิดขึ้นทางครอบครัวได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ท่าข้ามแล้ว เพื่อเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และในวันที่ 20 เม.ย. นี้จะเข้าไปให้รายละเอียดเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนการช่วยเหลือเบื้องต้นของทางร้านและเจ้าของเครื่องพ่นโฟมนั้น ได้ให้เงินจำนวน 45,000 บาท เพื่อช่วยทำศพด้วย

Posted on

ชาวบ้านช็อก!! ศพพระครูฯ หายไร้ร่องรอย หลังเตรียมนำร่างทำพิธีทางศาสนา

ชาวบ้านช็อก!! ศพพระครูฯ หายไร้ร่องรอย หลังเตรียมนำร่างทำพิธีทางศาสนา

ร่างพระครูโสภณธรรมวิวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอพังโคน จ.สกลนคร หายปริศนา ด้านจนท. เร่งล่า คาดคนร้ายนำไปงัดเอาทรัพย์สิน

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.สกลนคร ได้เกิดเรื่องราวสุดแปลกขึ้น เมื่อร่างพระครูโสภณธรรมวิวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอพังโคน ที่มรณภาพเมื่อต้นปี 2560 ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย สร้างความตื่นตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

โดยรายงานได้ระบุว่า ช่วงเวลา 20.00 น. ของคืนที่ผ่านมา (18 เม.ย. 60) ระหว่างที่พระในวัด พร้อมโยมในหมู่บ้านได้เตรียมที่จะนำร่างพระครูออกมาจากโลง เพื่อที่จะเตรียมบรรจุและนำไปที่เมรุในวัด หลังมีกำหนดการจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 22 เม.ย. นี้ แต่ต้องผงะเมื่อเปิดผ้าออก พบแต่หมอนและผ้าเหลืองคลุมไว้เท่านั้น

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบหาหลักฐานแฝงเพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายแล้ว ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นนำร่างของท่านไปเพื่องัดเอาทรัพย์สินที่ใส่ไว้ระหว่างเสียชีวิต หรือไม่ก็นำไปทำพิธีคุณไสยฯ ตามความเชื่อ

สำหรับพระครูโสภณธรรมาภิวัฒน์ อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอพังโคน อดีตเจ้าอาวาสวัดศิริมงคล ( หลวงพ่อมหายนต์ ) อายุ 79 ปี พรรษา 59 วิทยฐานะ นธ.เอก ป.ธ.6 เป็นพระมหาเถระ ผู้เจริญด้วยพรรษายุกาล เป็นพระนักพัฒนาด้านต่างๆ เช่น ด้านการปกครอง การเผยแผ่ การศึกษา การสาธารณูปการ และยังเป็นพระนักเทศน์ที่แตกฉานในหลักธรรม ตั้งอยู่ฐานะครุฐานียะปูชนียะของเจ้าคณะสังฆาธิการ พระภิกษุสามเณร ตลอดจนถึงพุทธบริษัททั่วทั้งเขตอำเภอพังโคนและทั่วไป

Posted on

ผู้เสียหายร้องกองปราบ ถูกแพทย์หญิงโรงพยาบาลรัฐชื่อดังหลอกลงทุน บ.ทัวร์

ผู้เสียหายร้องกองปราบ ถูกแพทย์หญิงโรงพยาบาลรัฐชื่อดังหลอกลงทุน บ.ทัวร์

กลุ่มแพทย์ร้องกองปราบ จับแพทย์หญิงโรงพยาบาลรัฐชื่อดังหลอกระดมลงทุนบริษัททัวร์ ก่อนเชิดเงินหนีกว่า 60 ล้านบาท

กลุ่มผู้เสียหายกว่า 10 คน ซึ่งประกอบด้วยหลากหลายอาชีพ อาทิ แพทย์ วิศวกร สจ๊วต อาจารย์มหาวิทยาลัย และเจ้าหน้าที่ทหาร รวมตัวเข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม อ้างว่าถูก ว่าที่นาวาตรีแพทย์หญิงประจำโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งหลอกลวงให้ร่วมลงทุนก่อนเชิดเงินหนีกว่า 60 ล้านบาท

เรืออากาศโทหญิง แพทย์หญิง นิจชา รุทธพิชัยรักษ์ กล่าวว่า นาวาตรีแพทย์หญิงคนดังกล่าวเป็นเพื่อนสมัยเรียนได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนบริษัททัวร์และจองโรงแรมโดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงร้อยละ 6 ถึง 18 ต่อเดือน ทำให้เพื่อนหลากหลายอาชีพซึ่งส่วนใหญ่เป็นแพทย์ถึงร้อยละ 50 ร่วมลงทุน ในอัตราที่แตกต่างกันต่ำสุดหลักหมื่นบาท สูงสุดถึง 12 ล้านบาท

ส่วนตนเองร่วมลงทุนตั้งแต่เดือนสิงหาคม รวมกว่า 1 ล้านบาท และได้เงินคืนเพียง 3 แสนบาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีของนาวาตรีแพทย์หญิงคนดังกล่าว โดยมีแฟนหนุ่มของนาวาตรีแพทย์หญิงชื่อโจ้อ้างว่าเป็นผู้ทำธุรกิจทัวร์ ซึ่งการลงทุนในช่วงแรกได้ผลตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้ แต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม เริ่มไม่ได้ค่าตอบแทนเมื่อทวงถามก็ถูกบ่ายเบี่ยงอ้างว่าบัญชีถูกอายัด และไม่สามารถติดต่อได้ ด้านตำรวจกองปราบปราม ได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นก่อนแนะนำให้ผู้เสียหายไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ.

Posted on

“เฮเลน” เข้าพบกองปราบ ปฏิเสธร่วมฉ้อโกงแก๊งซินแสโชกุน

“เฮเลน” เข้าพบกองปราบ ปฏิเสธร่วมฉ้อโกงแก๊งซินแสโชกุน

นักแสดงอิสระ “เฮเลน” เข้าพบกองปราบ ปฏิเสธร่วมฉ้อโกงแก๊ง”ซินแสโชกุน ขณะ ตำรวจจ่อขอศาลออกหมายจับเพิ่มอีก 8 คน เครือข่าย ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนเสียหายกว่า 50 ล้านบาท

น.ส.ชุติมณฑ์ ศรีเทพ หรือ เฮเลน นักแสดงอิสระ วัย 57 ปี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราบ เพื่อให้ข้อมูลและยืนยันความบริสุทธิ์ ว่าไม่ได้ร่วมฉ้อโกง หรือมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิดกับ น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน แต่อย่างใด หลังมีภาพปรากฏบนใบโฆษณาทริปไปเที่ยวโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ของบริษัทเวลล์ เอฟเวอร์ จำกัด

โดย น.ส.ชุติมณฑ์ กล่าวว่า ตนและซินแสโชกุน รู้จักกันผ่านเพื่อนเมื่อต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งแรกที่เจอกันซินแสโชกุนอาสาดูดวงให้ พร้อมชักชวนให้ร่วมโครงการขายอาหารเสริมดังกล่าว ซึ่งมีโปรโมชั่นว่า หากซื้อผลิตภัณฑ์ จะได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น โดยจ่ายเงินเพียง 13,130 บาท และจะให้เหมาลำเครื่องบิน ตนเห็นว่าดูเป็นบริษัทใหญ่ เพราะมีนายทุนอยู่ต่างประเทศ จึงตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน และทำโปสเตอร์โปรโมทเองทั้งหมด โดยใช้ชื่อว่า “หลบเมืองร้อนไปทริปสุขภาพดี ที่..โอซาก้า”

ซึ่งโปสเตอร์ดังกล่าวนั้นจะถูกส่งแค่เฉพาะกลุ่มแอพลิเคชั่นไลน์ของเพื่อนตนเท่านั้น จากนั้นเพื่อน ๆ ที่เป็นทั้งเซเลป และบุคคลมีชื่อเสียงหลายคนสนใจ และโอนเงินให้ตนจนครบทุกคน เนื่องจากเห็นว่าราคาถูก แต่จากการตรวจสอบไม่พบบริษัททัวร์ใดทราบเรื่องดังกล่าว ประกอบกับสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ก็ติดต่อมายังตน พร้อมระบุว่าในวันที่ 11-16 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ซินแสโชกุนจัดทริปนั้น ไม่มีการจองไฟท์บินแต่อย่างใด ตนพยายามถาม ซินแสโชกุน เกี่ยวกับทริปที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น แต่ซินแสโชกุนพยายามบ่ายเบี่ยง ตอบเพียงว่า ทริปนี้เกิดขึ้นแน่นอน แต่หลังจากนั้นไม่เกิน 1 สัปดาห์ เลขาซินแสโชกุนได้โอนเงินค่าเดินทางของเพื่อนตนทั้ง 11 คนคืนมาให้ทั้งหมด และตนก็ได้ไปบอกกับเพื่อนๆ ว่าทริปดังกล่าวเกิดปัญหา ก่อนจะโอนเงินคืนเพื่อนๆ ที่เหลือทุกคนแล้ว

ขณะที่ ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า ในวันที่ 17 เม.ย. นี้ ทางพนักงานสอบสวนจะไปขออำนาจศาล เพื่อออกหมายจับบุคคล อีก 8 คน ซึ่งเป็นเครือข่ายของ น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ “ซินแสโชกุน” เจ้าของธุรกิจเครือข่ายขายตรง ซึ่งทั้ง 8 คนยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่มณฑลทหารบกที่11 ( มทบ.11) ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยในวันที่ 18 เม.ย. นี้ ทหารจะนำตัวทั้ง 8 คน มาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำฝากขังศาลอาญาต่อไป อย่างไร จากการที่เจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหาย จากคดีนี้เบื้องต้นพบว่ามีประมาณ 50 ล้านบาท