Posted on

“เป๊ปซี่” ปรับสูตรธุรกิจ รับมือภาษีน้ำตาลเขย่าเครื่องดื่ม

ประเด็นเรื่องการเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง หรือภาษีน้ำหวาน เพื่อต่อสู้กับการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคอ้วนและโรคเบาหวาน เคยเป็นประเด็นไปทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย แม้นโยบายนี้ของไทยจะต้องพับไปในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ด้วยความกังวลว่าจะกระทบอุตสาหกรรมน้ำตาลรวมถึงปัญหาขอบเขตในการจัดเก็บ จนกระแสเริ่มเงียบลง

แต่เมื่อวันที่ 11 ต.ค. องค์การอนามัยโลก หรือ ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ก็ได้จุดกระแสนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยการออกแถลงการณ์แนะนำให้รัฐบาลทั่วโลกเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลทุกชนิดในอัตราไม่น้อยกว่า 20% ของราคาขาย เพื่อลดการบริโภคน้ำหวานลง 1 ใน 5

เป๊ปซี่ ปรับสูตรธุรกิจ รับมือภาษีน้ำตาลเขย่าเครื่องดื่ม

ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เริ่มมีผู้ประกอบการและรัฐบาลบางประเทศออกมารับลูกคำแนะนำนี้แล้ว หนึ่งในนั้นคือ “เป๊ปซี่” ผู้ผลิตเครื่องดื่มและขนมรายใหญ่ซึ่งประกาศว่า ภายในปี 2568 นั้น 2 ใน 3 ของเครื่องดื่มที่บริษัทผลิตจะต้องมีพลังงานจากน้ำตาลน้อยกว่า 100 แคลอรีต่อ 12 ออนซ์ หรือประมาณ 355 มิลลิลิตร และรัฐบาลโปรตุเกสที่จะเสนอเก็บภาษีน้ำอัดลมตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป

“อินดรา โนยี” ซีอีโอและประธานของเป๊ปซี่ โคกล่าวว่า แม้ปัจจุบันยอดขายในประเทศที่ชื่นชอบรสหวานจะเติบโตสูงกว่าประเทศที่เริ่มใส่ใจกับปริมาณน้ำตาล แต่บริษัทต้องเริ่มปรับตัวให้สอดคล้องกับเทรนด์ใหม่ของตลาดซึ่งมาแรงขึ้นเรื่อย ๆ นี้ โดยจะเน้นพัฒนาสินค้ากลุ่มศูนย์แคลอรี หรือกลุ่มแคลอรีต่ำเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค

“ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันเราสามารถผลิตเครื่องดื่มน้ำตาลต่ำที่มีรสชาติใกล้เคียงกับสูตรปกติได้แล้วเห็นได้จากผลตอบรับของ7 อัพสูตรน้ำตาลต่ำในจีน อินเดีย เม็กซิโก และอังกฤษ จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะอาศัยกระแสสุขภาพทำตลาดเครื่องดื่มสูตรน้ำตาลต่ำในตลาดอื่น ๆ ด้วย”

นอกจากน้ำตาลแล้ว ยังเดินหน้าปรับลดปริมาณโซเดียมในสินค้ารวมถึงขนมของ “ฟริโต-เลย์” อย่างเลย์, โดริโทส, ชีโตส ฯลฯ โดยอาศัยเทคนิคปรุงรสแบบใหม่ ช่วยให้ได้รสเค็มใกล้เคียงปกติแม้จะใช้เกลือน้อยลง รวมถึงได้พัฒนากระบวนการทอดให้มีไขมันอิ่มตัวน้อยลง 20% ซึ่งที่ผ่านมาได้เริ่มขายในจีนและอินเดียแล้วเช่นกัน

Please follow and like us:
0
ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *